English
เคล็ดลับสุขภาพ > แผลเป็นนูน และคีลอยด์

แผลเป็นนูน และคีลอยด์

เมื่อเกิดการบาดเจ็บหรือเกิดบาดแผลก็จะมีเซลล์ที่เรียกว่า fibroblast จะเข้ามาบริเวณเนื้อเยื้อที่กำลังบาดเจ็บมาสร้างเนื้อเยื้อเกี่ยวพันเพื่อประสานแผลเข้าด้วยกัน แต่เมื่อมีกระบวนการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดแผลเป็นนูนขึ้นมาได้ ส่วนแผลคีลอยด์คือแผลเป็นที่นูนมากกว่าบาดแผลที่เกิด เช่นรอยเข็มจิ้มเกิดแผลนูนที่ใหญ่กว่ารอยเข็มจะเรียกว่าคีลอยด์
การรักษาแผลเป็นนูน และคีลอยด์

แผลเป็นนูน และคีลอยด์เป็นแล้วรักษาให้หายไม่ได้ เราไม่สามารถควบคุมการงอกของมันได้ วิธีที่นิยมใช้คือการฉีดสเตรียรอยด์เพื่อรักษา แต่เมื่อมีการเกิดแผล ในระยะเวลา 0-6 เดือนแรกจะปล่อยให้แผลโตเต็มที่ก่อน เพื่อที่รอดูว่าอาจจะมีบางส่วนยุบตัวซึ่งจะได้รักษาส่วนที่เหลือ แต่บางครั้งแผลที่เกิดขึ้นอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ใบหน้า ก็ต้องทำการรักษาทันที โดยการทำงานของสเตรียรอยด์จะไปช่วยลดการอักเสบ ทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแผลนั้นให้ฝ่อแล้วแผลนั้นก็จะยุบตัวลง
การป้องกันการเกิดแผลเป็นนูน และคีลอยด์
 เมื่อเราป้องกันการเกิดแผลไม่ได้หลังจากที่เกิดการอักเสบบริเวณผิวหนัง ควรรักษาความสะอาดของบาดแผลทันที และไม่ควรไปแกะแผลเพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื่อจนทำเกิดแผลเป็นตามมาได้ นอกจากนี้ควรรักษาความชุ่มชื้นบริเวณผิวหนังที่เกิดการอักเสบจะทำให้การเคลื่อนตัวของเซลล์ผิวหนัง ที่อยู่รอบแผลในกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังทำงานได้ดีขึ้น การดูแลรักษาแผลให้มีความชุ่มชื้นจะช่วยลดเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ก่อให้เกิดการอักเสบของแผล และเซลล์พังผืดบางชนิด แต่สำหรับผู้ที่พันธุกรรมมีประวัติการเกิดแผลคีลอยด์ย่อมมีโอกาสเกิดแผลคีลอยด์สูงกว่าคนทั่วไปซึ่งอาจจะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการแผลหรืออาจจะต้องใช้การรักษาโดยการฉีดสเตรียรอยด์

บทความโดย...พญ.อรอมล เลิศลักษมีวิไล (ว.40690) 
คลินิกโรคผิวหนัง
โรงพยาบาลเอกชล (038) 939 999 ต่อ 1313
ติดตามข่าวสารและข้อมูลดีดีได้ที่

✅LINE >>>http://line.me/ti/p/%40eqj8468m
✅Facebook >>>http://m.me/Aikcholhospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา