English
เคล็ดลับสุขภาพ > สมองบาดเจ็บ

สมองบาดเจ็บ

มีองค์ประกอบทางคลินิกอย่างน้อย 1 ข้อ ดังนี้
1.สูญเสียความรู้สึกตัว หรือความรู้สึกตัวลดลง (Loss of conscious, LOC)
2.จําเหตุการณ์ไม่ได้ ซึ่งอาจเป็นเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ (Retrograde amnesia) หรือหลังเกิดเหตุ (Post traumatic amnesia, PTA)
3.อาการบกพร่องทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรง, สูญเสียการทรงตัว, การมองเห็นลดลง, รู้สึกชาที่ใบหน้าหรือแขนขา, พูดไม่ได้ เป็นต้น
4.การเปลี่ยนแปลงของ Mental state ในขณะเกิดเหตุ เช่น สับสน,มึนงง, จําสถานที่ บุคคลหรือเวลาไม่ได้, คิดช้าลง เป็นต้น
พยาธิสภาพในสมอง ซึ่งอาจมองด้วยตาเปล่าหรือตรวจพบจากภาพรังสี หรือผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่บ่งถึงการบาดเจ็บที่สมองการบาดเจ็บที่มีสาเหตุจากแรงกระทบจากภายนอก เช่น-ศีรษะถูกวัตถุมากระทบ หรือศีรษะไปกระทบถูกวัตถุ-สมองเกิดการเคลื่อนไหวแบบเร่งและเฉื่อย (Acceleration/deceleration) แม้แรงไม่ได้กระทบต่อศีรษะโดยตรง-บาดแผลทะลุถึงสมอง-มีแรงมากระทบ เช่น แรงระเบิด เป็นต้น
ความรุนแรงของการบาดเจ็บระดับความรุนแรงของสมองบาดเจ็บ สามารถจัดแบ่งได้ออกเป็น 3 ระดับ คือ
ไม่รุนแรง (Mild), ปานกลาง (Moderate), และรุนแรง (Severe)
โดยพบผู้ป่วยที่สมองบาดเจ็บชนิดไม่รุนแรงเป็นร้อยละ 70-90 ของผู้ป่วยบาดเจ็บที่สมองทั้งหมด คําแนะนําสําหรับผู้ที่มีสมองบาดเจ็บ วิธีดูแลและสังเกตอาการที่บ้าน
เมื่อแพทย์ได้ทําการตรวจผู้ป่วยแล้ว มีความเห็นว่า สมองบาดเจ็บในขณะนี้ ยังไม่มีอาการที่บ่งบอกความรุนแรงในระดับที่จะต้องรับไว้ในโรงพยาบาล จึงแนะนําให้ผู้ป่วยพักรักษาตัวต่อที่บ้าน โดยให้งดการออกกําลังทุกชนิดและควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะอย่างน้อย 24 ชั่วโมง รับประทานอาหารอ่อน และงดดื่มสุราและยาที่ทําให้ง่วงซึมทุกชนิด ถ้ามีอาการปวดศีรษะเล็กน้อยในระหว่างนี้ ให้รับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งควรมีผู้ดูแลที่สามารถสังเกตอาการและเข้าใจวิธีปฏิบัติเพื่อคอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 24 ชม. และควรปลุกผู้ป่วยทุก 2-4 ชั่วโมง ภายใน 24 ชม.แรก เพื่อประเมินความรู้สึก ตัวของผู้ป่วยว่าลดลงหรือไม่

ถ้าผู้ป่วยมีอาการตามข้อใดข้อหนึ่งที่บ่งบอกไว้ดังต่อไปนี้ขอให้รีบกลับมาพบแพทย์โดยทันที
เพื่อรับการตรวจซ้าอีกครั้งหนึ่ง
1.ซึมลงกว่าเดิม ปลุกไม่ตื่น หรือ หมดสติ
2.กระสับกระส่าย การพูดหรือพฤติกรรมผิดปกติ
3.ชักกระตุก
4.แขนขาอ่อนแรงลง
5.มีไข้
6.อาเจียน


7.อาการปวดศีรษะที่รับประทานยาแก้ปวดแล้วไม่ทุเลา
8.มีน้ำใสหรือน้ำใสปนเลือด ออกจากหู จมูก หรือลงคอ (ไม่ควรสั่งน้ำมูก)
9.ปวดท้ายทอย
10.เวียนศีรษะ ตาพร่า หรือเห็นภาพซ้อน
11.อาการผิดปกติอื่นๆ

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา