English
เคล็ดลับสุขภาพ > "ไขมันพอกตับ"

"ไขมันพอกตับ"

ผู้ที่ไม่ดื่มสุราอาจจะคิดว่าตนเองไม่เป็นโรคเกี่ยวกับตับ ซึ่งอย่านิ่งนอนใจไปนะคะ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ดื่มสุราก็มีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับตับเช่นกัน เช่นโรคไขมันพอกตับซึ่งอันตรายมากเพราะโรคจะไม่แสดงอาการในระยะแรก ส่วนใหญ่แล้วโรคนี้มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปีหรือตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อรักษาโรคอื่นโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง มีโอกาสเป็นโรคไขมันพอกตับมากกว่าคนปกติ บางคนคิดว่าไขมันพอกตับคือโรคที่มีไขมันไปพอกอยู่บนตับ แท้จริงแล้วไขมันพอกตับเป็นโรคที่เกิดจากการสังเคราะห์ไขมันในตับผิดปกติ ทำให้ไขมันโดยเฉพาะไตรกลีเซอไรด์ที่แทรกอยู่ในเซลล์ตับ ส่งผลให้ตับทำงานผิดปกติ เกิดภาวะตับอักเสบและอาจพัฒนาเป็นตับแข็งได้ในที่สุด
ความรุนแรงของโรคไขมันพอกตับแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ
ระยะแรก เป็นระยะมีไขมันก่อตัวอยู่ในเนื้อตับ ซึ่งไม่ได้แสดงอาการและไม่เกิดผลอะไรต่อส่วนต่างๆของร่างกาย
ระยะที่สองเป็นระยะที่เริ่มมีอาการอักเสบของตับหากไม่ควบคุมดูแลพฤติกรรมการทานอาหารให้ดีและปล่อยให้การอักเสบ เกินกว่า 6 เดือนก็อาจกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง

ระยะที่สาม การอักเสบรุนแรง ซึ่งก่อให้เกิดพังผืดในตับ เซลล์ตับจะค่อยๆ ถูกทำลาย และสุดท้ายระยะที่สี่ เซลล์ตับถูกทำลายไปมาก จนตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติทำให้ตับแข็งและอาจกลายเป็นมะเร็งตับ
การรักษาภาวะไขมันพอกตับที่ง่ายที่สุดคือ การลดน้ำหนักตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะอ้วนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การลดน้ำหนักจะทำให้ภาวะดื้ออินซูลินของเนื้อตับดีขึ้น ทำได้โดยการควบคุมอาหาร ลดการรับประทานเนื้อแดงจากสัตว์ใหญ่ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลฟรักโทสในปริมาณสูง งดดื่มน้ำอัดลมและน้ำผลไม้ปรุงแต่ง และควรบริโภคอาหารที่คาร์โบไฮเดรตที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ผลิตภัณฑ์จากนม ผัก

เรียบเรียงบทความโดย...พญ.สุมนา นพรัตน์ (ว.13750) 
คลินิกอายุรกรรมระบบทางเดินอาหาร
โรงพยาบาลเอกชล (038) 939 999 ต่อ 2130-2132
ติดตามข่าวสารและข้อมูลดีดีได้ที่
✅ LINE >>>http://line.me/ti/p/%40eqj8468m
✅Facebook >>>http://m.me/Aikcholhospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา