English
เคล็ดลับสุขภาพ > โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดของโรคทางระบบประสาท เป็นสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการ(อัมพฤกษ์-อัมพาต) อันดับต้นๆของประเทศไทย
โรคหลอดเลือดสมอง แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ
1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Storke)
ทำให้ไม่มีออกซิเจน, เลือด, น้ำตาล ไปเลี้ยงสมอง ทำให้เซลล์สมองตาย (4 นาที)
2. หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke)
ทำให้เลือดเข้าไปท่วมในสมอง ทำให้เนื้อสมองไม่ทำงาน และเมื่อหลอดเลือดในสมองแตกทำให้มีเลือดแทรกทับในสมอง โดยส่วนมากจะพบอาการหลอดเลือดสมองตีบมากที่สุด
ปัจจัยเสี่ยง
1. ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ เนื่องจากทำให้หลอดเลือดหนาตัวขึ้น จนเกิดการอุดตันทำให้เส้นเลือดโป่งพองจนกระทั่งหลอดเลือดแตกในที่สุด
2. โรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนปกติ 2-3 เท่า
3. ภาวะไขมันในเลือดสูง
4. โรคหัวใจ เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
5. การสูบบุหรี่
6. อ้วน หรือ น้ำหนักเกิน
7. ความเครียด
8. ขาดการออกกำลังกาย
9. ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป (เกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง)

อาการ
โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดเสียการทำงาน โดยหลักๆจะมีอาการที่สามารถสังเกตุได้ ดังนี้ (FAST)
1. Face : ลักษณะกล้ามเนื้อบนใบหน้า
มีอาการเกร็ง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
2. Arm : ให้ยกแขน หรือ ขา ขึ้น
มีอาการอ่อนแรง ชา หรือขยับไม่ได้ขึ้นมาทันที
3. Speech : ให้ลองพูด
อาการ พูดไม่ได้, พูดไม่ออก, พูดไม่ชัด หรือพูดไม่เป็นคำ พูดเหมือนคนเมา
4. Time : เวลา
เมื่อพบผู้ป่วย ให้รีบสังเกตุอาการและเวลา เนื่องจากแพทย์
ต้องทราบเวลาตั้งแต่มีอาการจนถึงโรงพยาบาล(มีผลต่อการรักษา)
5. ตาข้างใดข้างหนึ่งมัวหรือมองไม่เห็นอย่างฉับพลัน เห็นภาพซ้อน 6. ปวดศีรษะรุนแรงอย่างฉับพลัน มีการเวียนศีรษะ เดินเซ

“อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันทีทันใด ควรรีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที”

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
1. ประคองผู้ป่วยให้นั่งตัวตรงมั่นคง อย่าให้ล้ม หรือ เอน
2. เคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยความระมัดระวังอย่าให้กระทบกระเทือน

การรักษา หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Storke)
1. การใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytic Drug) โดยการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำเพื่อละลายลิ่มเลือด
(*จะได้ผลดีเมื่อทำการรักษาภายใน 3 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการ)
2. การให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
3. การให้ยาต้านเกล็ดเลือดในโลกหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
(*จะได้ผลดีเมื่อทำการรักษาภายใน 4 ชั่วโมงหลังจากเกิดอาการ)
4. การให้ยาป้องกันเลือดแข็งตัว (Anticoagulant) หรือยาละลายก้อนเลือด มีทั้งชนิดฉีด และ ชนิดรับประทาน
ใช้ในกรณีที่ก้อนเลือดในช่องหัวใจหลุดขึ้นไปติดในหลอดเลือดสมอง

หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke)
1. การให้ยาลดความดันโลหิตสูง และ รักษาระดับความดันให้ปกติ กรณีที่อาการมาแล้วตั้งแต่ 12 ชั่วโมงเป็นต้นไป
ในกรณีนี้ แพทย์จะให้วิธีการ Scan สมองด้วยเครื่อง CT scan หรือ เครื่อง MRI เพื่อให้เห็นส่วนที่มีปัญหาและทำการผ่าตัดได้ถูกจุด

การป้องกัน 1. งดสูบบุหรี่
2. งดดื่มสุรา
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาทีอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
4. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
5. ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง
6. ถ้ามีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง และพบแพทย์สม่ำเสมอ
7. หากมีอาการต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา