English
เคล็ดลับสุขภาพ > โรคมือ เท้า ปาก

โรคมือ เท้า ปาก

สาเหตุ
...เกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิดกลุ่ม Enterovirus ชนิดที่พบบ่อยที่สุดในเมืองไทยคือสายพันธุ์ Coxsackie A16 มักไม่มีความรุนแรงถึงชีวิต ซึ่งต่างจากการระบาดที่ต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน มาเลเซีย ที่พบสายพันธุ์ Enterovirus 71 เป็นชนิดที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย คือ ภาวะสมองอักเสบและเสียชีวิตได้ ซึ่งการรายงานอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้พบได้น้อยมาก
*โรคนี้เป็นในคนเท่านั้น ไม่ใช่โรคเดียวกับ ปาก - เท้าเปื่อยที่พบในสัตว์*
...โรคนี้ติดต่อจากคนสู่คน โดยการกิน สัมผัส สิ่งที่ปนเปื้อนจากน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระของผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ ( ผู้ติดเชื้ออาจจะยังไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาเลยก็ได้ ) รวมไปถึงการสัมผัสน้ำในตุ่มพองหรือแผลของผู้ป่วย การแพร่เชื้อที่มักเกิดได้ง่ายและบ่อยที่สุด คือในช่วงสัปดาห์ แรกของการป่วยเพราะเชื้อจะยังอยู่ในปาก และอาจปะปนออกมาทางน้ำลาย น้ำมูก เวลาที่เด็กเล่นของเล่นด้วยกันก็มักจะเปื้อนมือ เปื้อนของเล่น และติดต่อไปยังเด็กคนอื่นได้ง่าย ขณะเดียวกันถ้าเป็นสัปดาห์ที่ 2 - 3 เชื้อส่วนใหญ่จะออกมาทางอุจจาระ ถ้าเด็กเข้าห้องน้ำ แล้วล้างมือให้สะอาดก็จะลดโอกาสแพร่เชื้อ แต่ถ้าเด็กคนไหนมีสุขอนามัยที่ไม่ดี ก็อาจติดเชื้อและแสดงอาการให้เห็น โดยมีระยะฟักตัว ประมาณ 3 - 7 วัน
อาการ
...เมื่อติดเชื้อผู้ป่วยจะมีไข้ เป็นแผลในปากหลายจุด ทำให้เจ็บ ทานได้น้อย น้ำลายไหล มีผื่นเป็นจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้าหรือก้น ไม่คันแต่อาจรู้สึกเจ็บอาการไข้มักเป็นไม่เกิน 3 วัน ส่วนอาการเจ็บแผลในปากจะเป็นมากใน 3 วันแรก หลังจากนั้นจะเจ็บน้อยลงและเริ่มทานได้บ้าง พอครบ 7 วันแผลจะหายสนิทก็จะทานได้มากขึ้น อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำและพลังงาน ภาวะชักจากไข้สูง ควรพบแพทย์หากมีอาการอ่อนเพลียมากทานได้น้อยมีภาวะขาดสารน้ำหรือชักจากไข้สูง
โดยทั่วไป โรคมือ เท้า และปาก สามารถหายเองได้ภายใน
เวลา 5-7 วัน ( ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ) ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ
การรักษา

1. ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัส

2. ให้ยาพาราเซตามอลหรือไอบูโปรเฟน เพื่อลดไข้หรือแก้ปวดแผลในปากและเช็ดตัว

3. ให้ทานอาหารอ่อนนุ่ม รสไม่จัดเพราะจะเจ็บแสบแผลหากทานได้น้อยลองใช้ยาทาชนิดกลืนได้ ( Xylocaine viscus ) ก่อนทานอาหาร หากลูกไม่ยอมดูดนมจากขวดเพราะจุกนมอาจชนถูกแผลทำให้เจ็บมาก ลองใช้วิธีจิบหลอดดูดหรือช้อนป้อน หรือใช้หลอดฉีดยาป้อนแทน ให้ดื่มนมเย็นทานพุดดิ้งหรือไอศครีมเพื่อให้ได้พลังงาน ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่อุ่นร้อน หรือมีรสเปรี้ยว เช่น น้ำผลไม้บางชนิดหรือมีรสซ่าเช่นน้ำอดลม เพราะจะเจ็บแผลมากขึ้น หากทานไม่ได้เลยอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดทดแทน

4. ทำความสะอาดช่องปากด้วยการบ้วนปากหรือเช็ดปากด้วยน้ำเกลือครึ่งช้อนชาผสมน้ำ 1 แก้ว

5. ควรให้บุตรหลานหยุดเรียน เพื่อพักผ่อนให้เพียงพอ ป้องกันการแพร่เชื้อและเฝ้าระวัง ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ การป้องกัน
ขณะนี้โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่การรักษาสุขอนามัยที่ดีสามารถป้องกันการเกิดโรคได้

1. รักษาความสะอาดตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือบ่อยๆ

2. ใช้ช้อนกลางเวลากินอาหารร่วมกับผู้อื่นและหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ผ้าเช็ดหน้าและผ้าเช็ดมือ เป็นต้น

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง เช่น น้ำมูก น้ำลาย และอุจจาระของผู้ป่วย

4. หากพบบุตรหลานป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ต้องรีบป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปยังเด็กคนอื่น ๆ ควรพาไปพบแพทย์และหยุดรักษาตัวที่บ้านประมาณ 5 - 7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ

เรียบเรียงโดย.....พญ.นันทพร จิตขจรวานิช
คลินิกกุมารเวช โรงพยาบาลเอกชล
โทร. (038) 939 999 ต่อ 2159

ติดตามบทความและสาระน่ารู้ได้ที่ Facebook :Aikchol Hospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา