English
เคล็ดลับสุขภาพ > รู้รักษ์ตระหนักใช้ยาปฏิชีวนะ

รู้รักษ์ตระหนักใช้ยาปฏิชีวนะ


หลังจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิด โรคโควิด-19 ปัจจุบันประชาชนมีความตระหนักและสนใจในเรื่องโรคติดเชื้อมากขึ้น
แต่รู้หรือไม่ว่า.....โรคติดเชื้อหลายชนิดไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา

      ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ (หรือที่หลายท่านเรียกว่ายาแก้อักเสบ ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่ไม่ถูกต้องนัก) ใช้เพื่อรักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ ผู้ที่มีอาการไข้สูงหนาวสั่น หรือมีไข้ร่วมกับอาการปัสสาวะแสบขัด, ผิวหนังอักเสบ, ไอ หอบเหนื่อย เสมหะเป็นหนอง ฯลฯ ผู้ป่วยเหล่านี้ เบื้องต้นอาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อครอบคลุมเชื้อแบคทีเรีย แต่หากท่านมีอาการไข้ ปวดเมื่อย ปวดกระบอกตา ไอ จาม น้ำมูก เจ็บคอ เหล่านี้มากกว่าร้อยละ 80 เป็นอาการของการติดเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีประโยชน์เนื่องจากยาปฏิชีวนะนั้นออกฤทธิ์กำจัดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นเชื้อโรคคนละอย่างและไม่ได้เป็นสาเหตุของไข้หวัด

      ประเทศไทยประสบปัญหาเชื้อดื้อยาที่สําคัญ คือ การดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียแกรมลบในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสาเหตุสําคัญของการเสียชีวิตจากการติดเชื้อในโรงพยาบาล เนื่องจากไม่มียาปฏิชีวนะที่รักษาการติดเชื้อเหล่านี้ได้ ส่วนเชื้อดื้อยาที่เป็นปัญหาในชุมชน อาจเกิดจากการซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเมื่อเกิดการเจ็บป่วย (รับประทานยาปฏิชีวนะไม่ถูกโรค) รับประทานยาปฏิชีวนะไม่ครบตามระยะเวลาการรักษา นำยาปฏิชีวนะแบบรับประทานมาโรยแผล อมลูกอมที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ (ใช้ยาปฏิชีวนะไม่ถูกวิธี) หรือการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างกว้างขวางในภาคการเกษตรกรรมและการปศุสัตว์ ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อดื้อยาขึ้นในชุมชน สุดท้ายเมื่อได้รับยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็นและไม่เหมาะสมนอกจากจะทำให้เชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นในร่างกายถูกทำลายแล้ว ยังทำให้เชื้อแบคทีเรียก่อโรคค่อย ๆ พัฒนาและดื้อยาขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเชื้อดื้อยาที่รักษาได้ยากหรือไม่มียารักษาเลย (Superbug)

      จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าทั่วโลกมีคนเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 700,000 คน และหากไม่เร่งแก้ไขปัญหา ในปี 2593 (อีก 34 ปีข้างหน้า) คาดว่าการเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาจะสูงถึง 10 ล้านคน สำหรับประเทศไทยข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 20,000-38,000 คน และมีผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลนานกว่าปกติเพราะติดเชื้อดื้อยาซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 46,000 ล้านบาท
      เนื่องจากประเทศไทยสามารถเข้าถึงและหาซื้อยาปฏิชีวนะได้โดยง่าย ทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล จึงสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดการเกิดเชื้อดื้อยาทั้งในชุมชนและในโรงพยาบาล

บทความโดย แพทย์หญิงอุษณีย์ เนาว์อุดม
อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลเอกชล


ติดตามข่าวสารและข้อมูลได้ที่
LINE รพ.เอกชล ชลบุรี
LINE รพ.เอกชล2 (อ่างศิลา)
Facebook: Aikchol Hospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา