English
เคล็ดลับสุขภาพ > ถ้ารู้จัก "สิว" ดีพอ...จะเป็นแค่เรื่องสิวๆ

ถ้ารู้จัก "สิว" ดีพอ...จะเป็นแค่เรื่องสิวๆ

สิวคืออะไร?
สิว (Acne) เป็นการอักเสบของผิวหนังที่มีการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบริเวณรูขุมขน เกิดเป็นจุดเล็ก ๆ ที่อักเสบ บวมแดง หรือมีหนอง ส่วนมากจะเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ หรือหลัง การเกิดสิวพบมากในช่วงวัยรุ่นเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

สิว มีกี่ประเภท?
สิวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่
1.สิวชนิดไม่อักเสบ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน เรียกว่า โคมีโดน (comedone) หรือเรียกอีกอย่างว่า สิวอุดตัน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามลักษณะของหัวสิว ได้แก่
- สิวหัวปิด หรือ สิวหัวขาว
- สิวหัวเปิด หรือ สิวหัวดำ

2.สิวชนิดอักเสบ คือ สิวที่มีการอุดตันของรูขุมขน และพบลักษณะของการอักเสบร่วมด้วย โดยมากมักเกิดตามหลังสิวหัวปิดที่ไม่ได้รับการรักษา ร่วมกับมีการติดเชื้อแบคทีเรียในบริเวณรูขุมขน แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ตามลักษณะของสิวที่พบ
- Pustule (ตุ่มหนอง) หมายถึง สิวที่มีลักษณะตุ่มหนอง ซึ่งแบ่งเป็น ชนิดตื้น และชนิดลึก
- Papule (ผื่นนูน) หมายถึง สิวที่มีลักษณะตุ่มนูน สีแดง ขนาดเล็ก
- Nodule (ตุ่มใหญ่) หมายถึง สิวที่มีลักษณะก้อนสีแดงที่ขนาดใหญ่ขึ้น โดยอาจพบเป็นหลายหัวสิวที่อยู่ติดกัน
- Cyst (สิวหัวช้าง) หมายถึง สิวที่มีลักษณะก้อนนูนแดงขนาดใหญ่ มีความนุ่ม (ภายในอาจมีหนองปนเลือด)

สาเหตุของการเกิดสิวมีอะไรบ้าง?
สิวเกิดจากการอุดตันที่รูขุมขนบริเวณผิวหนัง ปัจจัยหลักในการเกิดสิว คือ ร่างกายผลิตน้ำมันที่ชั้นผิวหนังมากเกินไป เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันรูขุมขน และการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนังทำให้เกิดการอักเสบ
สาเหตุของการเกิดสิวนั้นมีหลากหลายไม่เฉพาะเจาะจง อาจเกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ดังต่อไปนี้ เช่น
1.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
2.กรรมพันธุ์
3.การใช้ยา หรือสารเคมีบางชนิด
4.การใช้เครื่องสำอาง
5.สภาพผิวหน้าและความมันบนใบหน้า
นอกจากนี้ การดูแลผิวหน้าของแต่ละบุคคล ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเกิดสิวอีกด้วย

การรักษาสิว
สามารถรักษาได้ด้วยตนเองโดยใช้ยาหรือครีมตามร้านขายยาที่มีใบรับรอง โดยให้เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำได้ หากมีสิวขึ้นจำนวนมาก สิวสร้างความเจ็บปวด หรือรักษาด้วยตนเองแล้วการอักเสบของสิวยังไม่ทุเลาลง
ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการตรวจรักษาได้ โดยกระบวนการรักษาขึ้นอยู่กับประเภทของสิว อาการและระดับความรุนแรงของการอักเสบ ประกอบด้วยการรับประทานยา การทายา การฉีดยา และการบำบัดด้วยวิธีต่าง ๆ

การป้องกันการเกิดสิว
เทคนิควิธีการที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสิว หรือป้องกันไม่ให้สิวอักเสบเพิ่มขึ้น สามารถทำได้โดย
- ล้างหน้าบริเวณที่เป็นสิวไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน
- ไม่แตะต้องสัมผัสบริเวณที่มีสิวอักเสบ
- ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอนเพื่อลดการอุดตันของรูขุมขน
- ไม่ใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมัน
- ใช้ครีมบำรุงหรือยาที่ช่วยลดน้ำมันส่วนเกินบริเวณผิวหนัง
- ไม่ใส่เสื้อผ้าที่รัดรูปหรือแนบเนื้อเพื่อลดการอักเสบและระคายเคืองของผิวหนัง
- และอาบน้ำทำความสะอาดร่างกาย เพื่อชำระล้างเหงื่อและน้ำมันที่ถูกขับออกมาในแต่ละวัน โดยเฉพาะหลังกิจกรรมหนัก ๆ ที่ทำให้เหงื่อออกมาก


บทความโดย...พญ.อรอมล เลิศลักษมีวิไล คลินิกโรคผิวหนัง
โรงพยาบาลเอกชล (038) 939 999 ต่อ 2130-2132


ติดตามข่าวสารและข้อมูลได้ที่
LINE รพ.เอกชล ชลบุรี
LINE รพ.เอกชล2 (อ่างศิลา)
Facebook: Aikchol Hospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา