English
เคล็ดลับสุขภาพ > โรคไข้เลือดออกเดงกี

โรคไข้เลือดออกเดงกี

...โรคไข้เลือดออกเดงกี เป็นโรคที่เกิดจากยุงลาย เช่นเดียวกับ โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) และโรคติดเชื้อไวรัส Zika (Zika virus disease) โรคไข้เลือดออกเดงกีเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ DEN1, DEN2, DEN3 และ DEN4 พบว่า สายพันธุ์ 2 มีความสัมพันธ์กับโรคที่่มีความรุนแรงมากกว่า สายพันธุ์อื่น และ สายพันธุ์ 4มีความสัมพันธ์กับการมีตับอักเสบร่วมด้วย การที่เคยติดเชื้อไวรัสเดงกีสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตต่อสายพันธุ์นั้นและจะไม่ติดเชื้อสายพันธุ์เดิมซ้ำ แต่ยังสามารถติดเชื้อด้วยสายพันธุ์อื่นที่เหลือได้

...ยุงลายมักหากินกลางวัน หลังจากที่ยุงดูดเลือดของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี เชื้อจะอยู่ในยุงลายไปจนตลอดชีวิตของยุง โดยที่ยุงสามารถแพร่เชื้อไวรัสไปยังผู้อื่นหลังจากดูดเลือดของผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกีไปแล้ว 7-10 วัน เมื่อถูกยุงที่มีเชื้อกัดจะมีระยะฟักตัวของโรคอยู่ระหว่าง 3-15 วัน โดยส่วนใหญ่มักอยู่ระหว่าง 5-6 วันถึงจะเริ่มแสดงอาการป่วยหรือมีไข้ (1-3) อาการและอาการแสดงของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี

ผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสเดงกีอาจมีอาการและความรุนแรงได้แตกต่างกัน (แต่ก็จะเรียกรวมๆว่าไข้เลือดออก) อาการและอาการแสดงที่พบ ได้แก่
1. ไม่มีอาการ (Asymptomatic)
2. อาการไข้เหมือนไวรัส (Viral-like syndrome)
3. ไข้เดงกี (Dengue fever หรือ DF)
4. ไข้เลือดออกเดงกี (Dengue hemorrhagic fever หรือ DHF)
5. ไข้เลือดออกเดงกีที่มีอาการช็อก (Dengue shock syndrome หรือ DSS)
6. ไข้เลือดออกเดงกีที่มีอาการแสดงแปลกออกไป (Unusual dengue or expanded dengue syndrome หรือEDS)

...โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมาด้วยอาการไข้เฉียบพลัน ไข้สูงลอย ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระดูก/ปวดตามข้อ ปวดกระบอกตา มีผื่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อาจพบมีเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย การวินิจฉัย (3-5) ไข้เดงกี “Probable case” คือผู้ป่วยที่มีอาการไข้เฉียบพลัน ร่วมกับอาการหรือผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ อย่าง น้อย 2 ข้อ ดังต่อไปนี้
• ปวดศีรษะ
• ปวดกระบอกตา
• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
• ปวดข้อ/ปวดกระดูก
• ผื่น
• อาการเลือดออก ( ที่พบบ่อยคือ positive tourniquet test, petechiae, epistaxis)
• ไม่พบการรั่วของพลาสมา (เช่น มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด มีน้ำมานในท้อง หรือมีระดับโปรตีนอัลบูมินในเลือด≤ 3.5 g%)
• ตรวจ CBC พบมีเม็ดเลือดขาวต่ำ ≤ 5,000 เซลล์/ ลบ.มม.
• มีเกร็ดเลือด ≤ 150,000 เซลล์/ลบ.มม.
• มีความเข้มข้นเลือด Hct เพิ่มขึ้น 5-10%

...ไข้เดงกี “Confirmed case” คือผู้ป่วยที่มีผลการตรวจเพื่อยืนยันการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเดงกี
• ในผู้ป่วยที่มีไข้ 1-3 วัน พิจารณาตรวจ ด้วยวิธี NS1 หรือ PCR ในซีรั่มหรือพลาสมา ให้ผลบวกได้ถึงร้อยละ 80-90 แต่ผลบวกจะลดต่ำลง ถ้าส่งตรวจหลังมีไข้แล้วเกิน 3 วัน
• ในกรณีต้องการตรวจเพื่อยืนยันการวินิิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเดงกี IgM และ IgG ส่งตรวจด้วยวิธี ELISA หรือ Rapid test ตรวจหา IgM ให้ผลบวกเทียม/ลบเทียมประมาณร้อยละ 10-20

...ไข้เลือดออกเดงกี ต่างกับไข้เดงกี คือ มีอาการเลือดออก (อย่างน้อยต้องมี positive tourniquet test) และ มีหลักฐานการรั่วของพลาสมา ตรวจ CBC พบมีเกร็ดเลือด ≤ 100,000 เซลล์/ลบ.มม. และมีวามเข้มข้นเลือด Hct เพิ่มขึ้น ≥ 20%
...ไข้เลือดออกเดงกี จึงมีความรุนแรงมากกว่าไข้เดงกี โดยแบ่งระดับความรุนแรงของไข้เลือดออกเดงกี ได้เป็น 4 grade ซึ่งผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกี grade 3 และ 4 จะพบภาวะช็อก เป็นภาวะอันตรายและต้องรีบได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสเดงกีอาจมีอาการและความรุนแรงได้แตกต่างกัน (แต่ก็จะเรียกรวมๆว่าไข้เลือดออก) อาการและอาการแสดงที่พบ ได้แก่
1. ไม่มีอาการ (Asymptomatic)
2. อาการไข้เหมือนไวรัส (Viral-like syndrome)
3. ไข้เดงกี (Dengue fever หรือ DF)
4. ไข้เลือดออกเดงกี (Dengue hemorrhagic fever หรือ DHF)
5. ไข้เลือดออกเดงกีที่มีอาการช็อก (Dengue shock syndrome หรือ DSS)
6. ไข้เลือดออกเดงกีที่มีอาการแสดงแปลกออกไป (Unusual dengue or expanded dengue syndrome หรือEDS)

...โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมาด้วยอาการไข้เฉียบพลัน ไข้สูงลอย ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระดูก/ปวดตามข้อ ปวดกระบอกตา มีผื่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อาจพบมีเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย การวินิจฉัย (3-5)

ไข้เดงกี “Probable case” คือผู้ป่วยที่มีอาการไข้เฉียบพลัน ร่วมกับอาการหรือผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ อย่าง น้อย 2 ข้อ ดังต่อไปนี้
• ปวดศีรษะ
• ปวดกระบอกตา
• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
• ปวดข้อ/ปวดกระดูก
• ผื่น
• อาการเลือดออก ( ที่พบบ่อยคือ positive tourniquet test, petechiae, epistaxis)
• ไม่พบการรั่วของพลาสมา (เช่น มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด มีน้ำมานในท้อง หรือมีระดับโปรตีนอัลบูมินในเลือด≤ 3.5 g%)
• ตรวจ CBC พบมีเม็ดเลือดขาวต่ำ ≤ 5,000 เซลล์/ ลบ.มม.
• มีเกร็ดเลือด ≤ 150,000 เซลล์/ลบ.มม.
• มีความเข้มข้นเลือด Hct เพิ่มขึ้น 5-10%

...ไข้เดงกี “Confirmed case” คือผู้ป่วยที่มีผลการตรวจเพื่อยืนยันการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเดงกี
• ในผู้ป่วยที่มีไข้ 1-3 วัน พิจารณาตรวจ ด้วยวิธี NS1 หรือ PCR ในซีรั่มหรือพลาสมา ให้ผลบวกได้ถึงร้อยละ 80-90 แต่ผลบวกจะลดต่ำลง ถ้าส่งตรวจหลังมีไข้แล้วเกิน 3 วัน
• ในกรณีต้องการตรวจเพื่อยืนยันการวินิิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเดงกี IgM และ IgG ส่งตรวจด้วยวิธี ELISA หรือ Rapid test ตรวจหา IgM ให้ผลบวกเทียม/ลบเทียมประมาณร้อยละ 10-20

...ไข้เลือดออกเดงกี ต่างกับไข้เดงกี คือ มีอาการเลือดออก (อย่างน้อยต้องมี positive tourniquet test) และ มีหลักฐานการรั่วของพลาสมา ตรวจ CBC พบมีเกร็ดเลือด ≤ 100,000 เซลล์/ลบ.มม. และมีวามเข้มข้นเลือด Hct เพิ่มขึ้น ≥ 20%
...ไข้เลือดออกเดงกี จึงมีความรุนแรงมากกว่าไข้เดงกี โดยแบ่งระดับความรุนแรงของไข้เลือดออกเดงกี ได้เป็น 4 grade ซึ่งผู้ป่วยไข้เลือดออกเดงกี grade 3 และ 4 จะพบภาวะช็อก เป็นภาวะอันตรายและต้องรีบได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

การรักษา
...โดยทั่วไป ไข้เดงกีที่ผู้ป่วยมีอาการไม่มาก ยังสามารถรับประทานอาหารได้ สามารถติดตามแบบผู้ป่วยนอก เช็ดตัวลดไข้ ระมัดระวังการให้ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็น เช่นยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และแนะนำให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ โดยช่วงที่ยังมีไข้จะนัดเจาะเลือดเพื่อติดตามเกร็ดเลือดและความเข้มข้นเลือดทุก 2-3 วัน พร้อมทั้งแนะนำผู้ป่วยและญาติให้สังเกตสัญญาณอันตราย (Warning sign) ที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลได้แก่ ปวดท้อง หรือกดเจ็บที่ท้อง อาเจียนรุนแรง มีการบวมจากการรั่วของพลาสมา เลือดออกจากเยื่อบุต่าง ๆ (เลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน) เลือดออกในจอม่านตา ซึมลง กระสับกระส่าย และมีปัสสาวะลดลง

ข้อบ่งชี้ในการรับผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล (ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ อย่างไรก็ตามขึ้นกับดุลยพินิจของ แพทย์ผู้ดูแล)
1. อาการ/อาการแสดงทางคลินิกที่แพทย์เห็นว่าควรรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล เช่น คลื่นไส้ อาเจียนมาก ฯลฯ
2. ภาวะเลือดออกรุนแรง เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีประจำเดือนมากผิดปกติ ฯลฯ
3. ให้การวินิจฉัย Dengue shock syndrome (DSS) ความดันโลหิตต่ำ
4. ตรวจพบค่า Hct >50%
5. จำนวนเกร็ดเลือด ≤ 20,000 ตัว/ลบ.มม.
6. ค่า AST หรือ ALT > 500 IU/ml
7. มีภาวะไตวาย ตับวาย หัวใจล้มเหลว ซึมลง ขาดออกซิเจนรุนแรง (severe hypoxia)
8. สตรีตั้งครรภ์
9. ผู้ป่วย morbid obesity
10. ผู้ป่วยที่ไม่สามารถติดตามการรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้
...เนื่องจากไข้เลือดออกเดงกีเป็นโรคที่ไม่มียารักษาจำเพาะ หลักๆเป็นการรักษาเพื่อประคับประคองให้ผ่านพ้นช่วงที่มีการรั่วของพลาสมาหรือช่วงที่มีภาวะช็อก และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ผู้ป่วยจะได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำกรณีอาเจียนมากหรือมีภาวะขาดน้ำ และแนะนำให้ดื่มน้ำเกลือแร่บ่อย ๆ ร่วมกับให้การรักษาตามอาการ
การป้องกัน (6)
1. อย่าให้ยุงกัด โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่เป็นเวลาออกหากินของยุงลายอาจทำได้โดยการสวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาวหรือสวมเสื้อผ้าที่เคลือบสาร permethrin บ้านควรติดมุ้งลวดบริเวณประตูและหน้าต่าง หรือ นอนกางมุ้ง
2. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยยุงลายจะวางไข่ครั้งละ 50-150 ฟอง ตามภาชนะขังน้ำที่มีน้ำนิ่งใส แม้ว่าภาชนะจะมีน้ำขังเพียงเล็กน้อย เช่น ฝาขวด แก้วพลาสติก ถุงพลาสติก เศษกระถาง ยุงลายก็สามารถวางไข่ได้โดยไข่ของยุงลายจะยึดติดแน่นกับขอบผิวของภาชนะเหนือระดับน้ำเล็กน้อย และสามารถทนทานอยู่ได้นาน เมื่อมีน้ำท่วมถึงก็จะสามารถฟักเป็นตัวอ่อนได้ในเวลาอันรวดเร็ว
3. กำจัดยุงตัวเต็มวัย โดยใช้สเปรย์ฉีดไล่ยุง (เช่น สาร DEET, picaridin, IR3535, lemon eucalyptus เป็นต้น) หรืออุปกรณ์กำจัดยุง เช่น กับดักไฟฟ้า ไม้ช็อตยุง

บทความโดย...พญ.อุษณีย์ เนาว์อุดม แผนกอายุรกรรมทั่วไป (โรคติดเชื้อ)
โรงพยาบาลเอกชล (038) 939 999 ต่อ 2130-2132

ติดตามข่าวสารและข้อมูลได้ที่
Line@: Aikchol Hospital
Facebook: Aikchol Hospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา