English
เคล็ดลับสุขภาพ > เห็นใสใส...ก็ร้ายเหมือนกันนะ

เห็นใสใส...ก็ร้ายเหมือนกันนะ

อากาศหนาวผ่านไปแต่โรคภัยยังคงอยู่ ซึ่งโรคที่มีการระบาดมากในช่วงต้นปีแบบนี้นั่นก็คือโรคไข้สุกใสนั่นเอง โรคไข้สุกใสเป็นโรคที่พบได้ประปรายตลอดทั้งปี แต่มักมีการระบาดในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม โรคไข้สุกใสเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา เป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดงูสวัด สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัสถูกตุ่มน้ำโดยตรงหรือการสัมผัสของใช้ของผู้ป่วย เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ที่นอน หรือการสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำเข้าไปในร่างกาย เป็นได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งมีระยะฟักตัวอยู่ประมาณ 10 – 21 วัน และผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อโรคได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ 2 วัน ก่อนที่จะเริ่มมีตุ่มใสขึ้นตามตัว

...พบมากในเด็กอายุ 5 -15 ปี อาการของไข้สุกใสเริ่มแรกจะคล้ายๆไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำ เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามร่างกาย แต่จะมีผื่นแดงหรือตุ่มใสขึ้นตามตัวและมีอาการคัน ต่อมาตุ่มจะกลายเป็นหนอง หลังจากนั้นตุ่มจะแห้งแล้วตกสะเก็ดไปเองใน 5 – 10 วัน

วิธีการรักษาโรคไข้สุกใส
- ต้องรักษาตามอาการ หากมีไข้ให้เช็ดตัว
- รับประทานยาลดไข้ พยายามอย่าให้ผู้ป่วยเกาเมื่อมีอาการคันให้ใช้ยาทาแทน เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อและเป็นรอยแผลเป็น
- คอยใช้น้ำเกลือทำความสะอาดบริเวณที่เป็นแผล
ส่วนภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรคไข้สุกใส คือ ปอดอักเสบและสมองอักเสบ

...ปัจจุบันโรคไข้สุกใสสามารถป้องกันได้โดยการรับวัคซีน ซึ่งสามารถรับวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี เป็นต้นไป และมากระตุ้นซ้ำอีกครั้งเมื่อมีอายุ 4 –6 ปี เพราะการรับวัคซีนป้องกันนั้น สามารถช่วยป้องกันโรคได้ผลมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยเป็นโรคไข้สุกใส ควรรับวัคซีนป้องกัน โดยจะรับวัคซีน 2 เข็ม และห่างกัน 4 สัปดาห์

...อย่างไรก็ตามยังพบการติดเชื้อภายหลังได้รับวัคซีนประมาณร้อยละ 1 – 4 ของผู้ที่ได้รับวัคซีน แต่อาการจะไม่รุนแรงเท่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับวัคซีนและไม่ควรให้วัคซีนในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้ม กันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิ รวมทั้งผู้ที่เคยป่วยเป็นไข้สุกใสมาก่อนแล้ว

บทความโดย...พญ.อภิฤดี พรเทพเกษมสันต์
แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลเอกชล 2 (038) 939 888 ต่อ 5134-5135

ติดตามข่าวสารและข้อมูลได้ที่
Line@: Aikchol Hospital
Facebook: Aikchol Hospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา