English
เคล็ดลับสุขภาพ > หัด อยู่ให้เป็น

หัด อยู่ให้เป็น

...จากรายงานผู้ป่วยไข้ออกผื่นหรือสงสัยหัดในประเทศไทย พบว่า 46 เปอร์เซ็น เป็นผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี 82 เปอร์เซ็น เป็นผู้ป่วยที่ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีนมาก่อนและเสียชีวิตอีก 23 ราย (ข้อมูลจากฐานข้อมูลกำจัดโรคหัดออนไลน์ Measles Database Online ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 14 ธันวาคม 2561)

...โรคหัดเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจผู้ป่วยโรคหัด 1 คน สามารถแพร่กระจายเชื้อโรคไปยังผู้อื่นได้ถึง 15 คน โดยลักษณะการแสดงอาการที่สำคัญของโรคหัด คือ มีไข้สูงประมาณ 3-4 วัน มีน้ำมูก ตาแดงและมีผื่นสีแดงขึ้นตั้งแต่ไรผม ตามลำตัวจนถึงเท้า เมื่อผื่นกระจายทั่วตัวแล้ว ประมาณ 2-3 วัน ไข้จะค่อยๆลดลง

...โรคหัดสามารถเป็นได้ทุกช่วงวัย โดยกลุ่มเสี่ยงในการเกิดโรคหัดกลุ่มแรกคือ เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค หากมีการติดเชื้อมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิตได้สูง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานดังกล่าว กลุ่มต่อมาได้แก่หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับวัคซีน หากได้รับเชื้อมีโอกาสแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ และกลุ่มสุดท้ายคือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ที่ขาดสารอาหาร อาการป่วยจะรุนแรงและอันตรายกว่าผู้ที่ร่างกายแข็งแรง

...ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้จากโรคหัด ได้แก่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบจนถึงปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ เยื่อบุตาอักเสบ ท้องเสีย และสมองอักเสบซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุด

...การรักษาโรคหัดยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง รักษาตามอาการ หากมีไข้ให้เช็ดตัวและให้ยาลดไข้ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย ดื่มน้ำให้มากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

...สำหรับการป้องกันโรคหัดสามารถทำได้ด้วยการฉีดวัคซีน สำหรับเด็กโดยทั่วไปจะได้รับวัคซีน 2 เข็ม เป็นวัคซีนรวมโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม ซึ่งเข็มแรกจะฉีดตอนอายุ 9-12 เดือน และเข็มที่สองจะฉีดตอนอายุ 2 ขวบ – 2 ขวบครึ่ง สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน สามารถรับวัคซีนได้ 2 เข็ม โดยฉีดกระตุ้นห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 4 สัปดาห์ แต่ข้อควรระวังในการรับวัคซีนมีข้อห้ามในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่องและผู้ที่รับประทานยากดภูมิ สำหรับผู้ที่รับวัคซีนป้องกันโรคหัดอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น มีไข้หรือมีผื่นขึ้นคล้ายผื่นโรคหัดและจะหายไปเอง อย่างไรก็ตาม หากป่วยด้วยโรคหัดหรือสงสัยว่าเป็นโรคหัดควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาทันที

บทความโดย...พญ.อภิฤดี พรเทพเกษมสันต์
แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลเอกชล 2 (038) 939 888 ต่อ 5169-5170

ติดตามข่าวสารและข้อมูลได้ที่
Line@: Aikchol Hospital
Facebook: Aikchol Hospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา