English
เคล็ดลับสุขภาพ > นิ่วในถุงน้ำดี ที่ไม่ดีเหมือนชื่อ

นิ่วในถุงน้ำดี ที่ไม่ดีเหมือนชื่อ

...นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยและมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตหากมีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งส่วนใหญ่มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 1-2 เท่า โดยผู้ป่วยมักเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคกระเพาะอาหารจึงหายารับประทานเอง จนกระทั่งอาการรุนแรงจึงมารับการรักษา ซึ่งทั้งนี้เกิดจากการไม่ทราบอาการของโรคนิ่วในถุงน้ำดีนั่นเอง

...โรคนิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากการตกตะกอนของหินปูน (แคลเซียม) คอเลสเตอรอล และบิลิรูบิน (สารเคมีชนิดหนึ่งที่ให้สีเหลืองออกน้ำตาล เกิดจากการแตกตัวหรือการตายของเซลล์เม็ดเลือดแดงในหลอดเลือด) ที่มีอยู่ในน้ำดี ทำให้เกิดนิ่ว โดยจะแยกออกเป็น
1. นิ่วจากคอเลสเตอรอล เป็นชนิดที่พบได้บ่อยทางตะวันตก อาจเป็นสีขาว เหลือง หรือเขียว เกิดจากการตกตะกอนของไขมัน เนื่องจากคอลเลสเตอรอลในถุงน้ำดีเพิ่มมากขึ้น
2. นิ่วจากเม็ดสี จะเป็นก้อนนิ่วที่มีขนาดเล็ก มีสีน้ำตาล จากการแตกตัวที่ผิดปกติของเม็ดเลือดแดง เสี่ยงต่ออาการติดเชื้อทางเดินอาหาร

...ส่วนสาเหตุที่ทำให้สารเหล่านี้ตกผลึก นอกจากการติดเชื้อของทางเดินน้ำดีและความไม่สมดุลของคอเลสเตอรอลและบิลิรูบินในน้ำดี ยังมีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรม เพศ อายุ ผู้ป่วยเบาหวานและโรคอ้วน การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือการตั้งครรภ์ การใช้ยาลดไขมันบางชนิดและการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาการของนิ่วในถุงน้ำดีจะไม่แสดงอาการผิดปกติให้เห็น ผู้ป่วยจะทราบว่าเป็นโรคเมื่อมาตรวจสุขภาพหรือมาพบแพทย์ด้วยปัญหาสุขภาพอื่น ผู้ป่วยโรคนี้มักมีอาการท้องเฟ้อบริเวณเหนือสะดือ เรอ คลื่นไส้ อาเจียน อาการคล้ายอาหารไม่ย่อย หรือในบางรายก้อนนิ่วไปอุดในท่อส่งน้ำดี จะมีอาการปวดบิดเป็นพักๆ บริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา อาการปวดท้องมักเป็นอาการหลังรับประทานของมันหรือรับประทานอาหารมื้อหนัก บางรายอาจมีอาการตาเหลืองร่วมด้วยหลังอาการปวดท้อง

...การตรวจวินัจฉัยในบางครั้งอาจตรวจพบจากการกดบริเวณใต้ลิ้นปี่และชายโครงด้านขวาแล้วมีอาการเจ็บเล็กน้อย แต่การวินิจฉัยที่ดีที่สุดคือการพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ช่องท้องด้านบน จะทำให้เห็นรายละเอียดของก้อนนิ่วได้อย่างชัดเจน

...สำหรับการรักษาในปัจจุบัน คือการผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องผ่านช่องท้อง เป็นการผ่าตัดแบบใหม่ โดยการเจาะรูเล็กๆที่หน้าท้อง ถ้าหากผู้ป่วยไม่มีการอักเสบของถุงน้ำดีเฉียบพลัน การรักษาด้วยวิธีนี้สามารถทำได้สำเร็จถึงร้อยละ 95
...ทั้งนี้ มีข้อแนะนำว่า ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี แม้จะไม่แสดงอาการหรือตรวจพบด้วยปัญหาสุขภาพอื่น แต่ถ้ามีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะแนะนำให้รับการผ่าตัด ส่วนการป้องกันโรคนี้สามารถทำได้โดยง่าย คือ งดรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ออกกำลังกายเป็นประจำ และเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะหากมีความผิดปกติในร่างกายก็จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

เรียบเรียงบทความโดย...พญ.สุมนา นพรัตน์ แผนกอายุรกรรมระบบทางเดินอาหาร
โรงพยาบาลเอกชล (038) 939 999 ต่อ 2130-2132

ติดตามข่าวสารและข้อมูลได้ที่
Line@: Aikchol Hospital
Facebook: Aikchol Hospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา