English
เคล็ดลับสุขภาพ > สังคมยุคใหม่ เข้าใจ ให้โอกาส

สังคมยุคใหม่ เข้าใจ ให้โอกาส

ในวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็นวันเอดส์โลก ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่จะได้ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเอดส์ เนื่องจากหลายๆคนในสังคมมีความเข้าใจผิดในเรื่องของการติดเชื้อและเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันใหม่ว่าเอชไอวีคืออะไร เอดส์คืออะไรและติดเชื้อได้อย่างไร

เอชไอวี ไม่ใช่โรคแต่เป็นเชื้อไวรัส โดยการติดเชื้อเอชไอวีจะมีด้วยกันอยู่ 3 ระยะ ดังนี้

1.ระยะเฉียบพลัน เป็นระยะแรกของการติดเชื้อ ในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังร่างกายได้รับเชื้อ จะเริ่มมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีผื่นและต่อมน้ำเหลืองโต อาการเหล่านี้เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งระยะนี้มีปริมาณเชื้อในร่างกายที่เพิ่มจำนวนอย่างมากและรวดเร็ว หลังจากนั้นเชื้อจะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันและเข้าสู่ระยะที่ 2

2.ระยะสงบทางคลินิก เป็นระยะที่เชื้ออยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการใดๆ บางครั้งเรียกว่าระยะติดเชื้อเรื้อรังหรือระยะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ ในระยะนี้ไวรัสจะเพิ่มปริมาณอยู่ในระดับต่ำและมักใช้เวลานานถึง 10 ปี แต่บางคนอาจใช้เวลามากหรือน้อยกว่านี้ ในระยะนี้หากผู้ติดเชื้อได้รับยาต้านไวรัส ก็จะสามารถควบคุมเชื้อไว้ได้และไม่พัฒนาจนกลายเป็นระยะโรคเอดส์

3.ระยะโรคเอดส์ เป็นระยะที่การติดเชื้อเอชไอวีพัฒนาเป็นโรคเอดส์ เป็นระยะที่เชื้อเอสไอวีทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมาเป็นเวลานาน เป็นผลให้ภูมิคุ้มกันของร่ายกายต่ำกว่าปกติ ทำให้ติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่างๆ เช่น วัณโรค เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดบวมจากเชื้อรา หรือมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ ระยะนี้ถ้าไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยโรคเอดส์จะมีอายุอยู่ได้อีกประมาณ 3 ปี

ปัจจุบันเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเชื้อเอสไอวีไม่ได้ติดต่อกันได้ง่ายๆ แต่จะติดต่อผ่านทางเลือด การมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางอสุจิ ของเหลวจากช่องคลอด หรือนมแม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตร่วมกัับผู้ติดเชื้อเอสไอวีจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว เราสามารถจับมือ กอด จูบ ใช้ห้องน้ำหรือภาชนะร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

เชื่อหรือไม่ว่าท่าทีของคนรอบข้าง มีผลต่อสภาพจิตใจของผู้ติดเชื้อเอสไอวีิอย่างมาก ฉะนั้นครอบครัวและสังคมควรให้โอกาสและเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา เพราะการที่สังคมเข้าใจสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอสไอวี เช่น ผู้ที่มีอาชีพบริการ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้สวมถุงยางอนามัย ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น คู่ชายรักชาย หรือแม้แต่คู่รักที่มีคู่ติดเชื้อเอสไอวี กล้าที่จะก้าวออกมาเข้ารับการตรวจรักษาตัั้งแต่ระยะแรกเริ่ม แม้ปัจจุบันยังไม่มียารักษาการติดเชื้อเอสไอวีและโรคเอดส์ให้หายขาด แต่มียาต้านไวรัสที่มีการพัฒนาเป็นอย่างมากและช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ

ดังนั้นหากท่านใดมีประวัติเสี่ยง ไม่แน่ใจหรือกังวล สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจเลือดได้ที่สถานบริการทางการแพทย์ทุกแห่งเพื่อเป็นการป้องกันตัวเองรวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายสู่ผู้อื่น

บทความโดย... พญ.อุษณีย์ เนาว์อุดม
แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลเอกชล โทร (038) 939 999 ต่อ 2130-2132
ติดตามข่าวสารและข้อมูลดีดีได้ที่
✅LINE >>>http://line.me/ti/p/%40eqj8468m
✅Facebook >>>http://m.me/Aikcholhospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา