English
เคล็ดลับสุขภาพ > โรคที่ติดมาจากลิปสติกมือสอง

โรคที่ติดมาจากลิปสติกมือสอง

ในกลุ่มผู้ใช้เครื่องสำอาง ลิปสติกเป็นสิ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย นอกจากจะเลือกสีสันที่ถูกใจ ยี่ห้อหรือลิปสติกที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือไม่ใช้ของที่ต้องสัมผัสผิวหนังร่วมกันกับผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางผิวหนัง โรคที่พบได้บ่อยและติดต่อได้ง่ายคือโรคเริมที่ริมฝีปาก หากผู้ใช้ลิปสติกก่อนหน้าเป็นโรคเริมที่ริมฝีปากก็มีโอกาสที่จะสัมผัสเชื้อไวรัสเริมได้เช่นกัน

โรคเริมนั้นไม่ได้เกิดเฉพาะที่อวัยวะเพศเท่านั้น แต่สามารถเกิดได้ที่ใบหน้าและปากซึ่งเริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HERPES 2 เริมที่มักเกิดที่ปากหรือในช่องปากคือ Herpes Simplex Virus type1 (HSV1) ส่วนเริมที่มักเกิดบริเวณอวัยวะเพศคือ Herpes Simplex Virus type2 (HSV2) เมื่อเป็นโรคเริมแล้วร่างกายจะไม่สามารถขจัดเชื้อไวรัสออกจากร่างกายได้หมดซึ่งมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกครั้ง โดยที่เชื้อจากเซลล์ผิวหนังจะเข้าสู่เซลล์ประสาทและอาศัยอยู่ในเซลล์ประสาทตลอดชีวิตในช่วงที่ไม่มีอาการจะเป็นช่วงระยะสงบของโรค นอกจากนี้ยังมีเชื่อโรคที่ติดต่อทางน้ำลายซึ่งอาจจะติดที่ลิปสติกซึ่งทำให้ผู้ใช้คนต่อไปติดเชื้อโรคนั้น

 เมื่อเริ่มใช้ลิปสติกแล้วสังเกตตนเองว่ามีอาการคันที่ริมฝีปาก มีผื่น ตุ่ม มีอาการปวดแสบปวดร้อน มีไข้ มีอาการคันที่ปากหรือรอบปากควรหยุดใช้ทันที อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณเป็นโรคเริมที่ริมฝีปากถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
ลิปสติกมือสองที่ระบุว่าทดลองใช้เพียงครั้งเดียวนั้นไม่อาจบอกได้ว่าลิปสติกนั้นจะปราศจากเชื้อโรคนะคะ ถึงแม้
จะประหยัดเงินแต่ก็ควรซื้อลิปสติกแท่งใหม่ที่เราเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากโรคติดต่อที่อาจจะติดมาจากลิปสติกค่ะ

บทความโดย...พญ.อรอมล เลิศลักษมีวิไล (ว.40690)
คลินิกโรคผิวหนัง
 โรงพยาบาลเอกชล (038) 939 999 ต่อ 1313
ติดตามข่าวสารและข้อมูลดีดีได้ที่
✅LINE >>>http://line.me/ti/p/%40eqj8468m
✅Facebook >>>http://m.me/Aikcholhospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา