English
เคล็ดลับสุขภาพ > โรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ส่งผลให้เกิดอาการสั่น เกร็งตามร่างกาย พูดช้า เคลื่อนไหวช้า หกล้มได้ง่ายควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมกับตนเอง
อาการที่พบ
อาการของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจะปรากฏได้ชัดมากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างตั้งแต่อายุ ระยะเวลาการเกิดโรค และอาการแทรกซ้อนต่างๆในระยะแรกๆ เริ่มมีปัญหาการได้กลิ่นที่ผิดเพี้ยนและการนอนหลับแบบ REM sleep disorder แต่อาการที่พบได้เด่นชัดมีดังนี้
1. อาการสั่นขณะที่อยู่ในท่าพัก อาการสั่นนั้นมักเกิดที่มือ เท้า
2. อาการเกร็งตามร่างกายแม้ไม่ได้เคลื่อนไหวจะรู้สึกปวดเมื่อย
3. ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้ช้า ล้มง่าย ไม่กระฉับกระเฉง ขณะเดินแขนจะแกว่งได้น้อย ก้าวขาได้สั้นๆ ในขณะเริ่มเดินแต่จะก้าวได้ยาวและเร็วขึ้นเมื่อเดินไปสักระยะและหยุดเดินในทันทีไม่ได้

4. การแสดงสีหน้าจะเปลี่ยนไป จะเฉยเมยและขยับมุมปากได้เพียงเล็กน้อย พูดช้าแต่น้ำเสียงราบเรียบ 5.ในระยะท้ายๆผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจะมีอาการระบบประสาทอัตโนมัติ เช่นท้องผูก, กลั้นปัสสาวะไม่อยู่, ความดันโลหิตแกว่งขึ้นแกว่งลง, เริ่มมีปัญหาเรื่องความจำ
โรคพาร์กินสันเกิดได้อย่างไร
 การเกิดโรคพาร์กินสันเกิดได้หลายกรณีส่วนใหญ่กลุ่มเซลล์ประสาทที่อยู่บริเวณก้านสมองที่มีหน้าในการสั่งร่างกายให้เคลื่อนไหวมีจำนวนลดลง ซึ่งเกิดจากความชราภาพของสมองมักพบทั้งเพศหญิงและเพศชายในวัย 65 ปีขึ้นไป, ผู้ที่ใช้ยากล่อมประสาท(ยานอนหลับ)ที่ออกฤทธิ์กดหรือต้านการสร้างโดปามีน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยจิตเวชจะใช้ยากลุ่มนี้เพื่อป้องกันการคลุ้มคลั่งและอาการอื่นทางประสาท, การใช้ยาลดความดันโลหิตสูงชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางมีส่วนให้สมองลดการสร้างสารโดปามีน, ประสบอุบัติเหตุที่ศีรษะ ศีรษะกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง, หลอดเลือดสมองอุดดันซึ่งทำให้เซลล์สมองสร้างโดปามีนน้อยลง และการอักเสบของสมองบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโดปามีน
การรักษา

1. การรักษาด้วยยา เมื่อร่างกายสร้างโดปามีนไม่ได้หรือสร้างได้น้อยลงจะให้สารโดปามีนให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ซึ่งยามีฤทธิ์ต่างๆหน้าชนิด เช่น เสริมโดปามีน, ส่งเสริมให้สารโดปามีนออกฤทธิ์ได้นานขึ้น และกระตุ้นตัวรับสารโดปามีนให้ตอบสนองมากขึ้นเป็นต้น

2. การทำกายภาพบำบัด เพื่อให้ผู้ป่วยปรับบุคลิกภาพให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุดเพื่อการใช้ชีวิตและการเข้าสังคม ทั้งฝึกการก้าวเดิน การวางฝ่าเท้า การนอน ญาติต้องทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่าตนเองนั้นเป็นภาระ เนื่องจากผู้ป่วยพาร์กินสันค่อนข้างจะอ่อนไหวง่าย

3. การผ่าตัด การผ่าตัดนั้นจะใช้เมื่อผู้ป่วยรักษาด้วยยาหลายตัวไปสักระยะหนึ่ง เริ่มมีภาระแทรกซ้อนจากการรักษา แต่จะได้ผลดี คุ้มค่าในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย และต้องการทักษะการใช้ชีวิตค่อนข้างมาก หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการ ควรทำไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แก้ไขได้และวางแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับตนเองและควรทำความเข้าใจว่านอกจากจะรักษาโดยแพทย์แล้วผู้ป่วยควรได้รับการเอาใจใส่เรื่องการฟื้นฟูทางด้านร่างกายจากคนรอบข้างเพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด

บทความโดย...บทความโดย...นพ.ธำรงค์เกียรติ อมรวิวัฒนกุล (ว.31024)
คลินิกอายุรกรรมประสาทและสมอง โรงพยาบาลเอกชล (038) 939 999 ต่อ 2130-2132
ติดตามข่าวสารและข้อมูลดีดีได้ที่
✅LINE >>>http://line.me/ti/p/%40eqj8468m
✅Facebook >>>http://m.me/Aikcholhospital

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา