English
บริการทางการแพทย์ > แผนกรังสีวินิจฉัย และ เทคโนโลยีทางการแพทย์

แผนกรังสีวินิจฉัย และ เทคโนโลยีทางการแพทย์

สถานที่ตั้ง : เอกชล1

โรงพยาบาลเอกชล 1 จัดให้มีแผนกรังสีวินิจฉัย คอยให้บริการตรวจพิเศษและทั่วไปโดยรังสีเอกซเรย์ และอัลตราซาวด์

บริการทางการแพทย์และเทคโนโลยี
เอกซเรย์ทั่วไป (General X-ray)
- เป็นการตรวจเอกซเรย์ที่ทุกท่านคุ้นเคยกันดี เช่น เอกซเรย์ปอด เอกซเรย์กระดูกแขน ขา เอกซเรย์กระดูกสันหลัง เอกซเรย์ศีรษะ เป็นต้น ซึ่งจะใช้ในการวินิจฉัยเบื้องต้นว่าบริเวณที่ต้องการถ่ายเอกซเรย์ มีความผิดปกติหรือไม่
ตรวจพิเศษทางรังสี (Special X-ray)
- แผนกรังสีวินิจฉัย โรงพยาบาลเอกชล มีการให้บริการตรวจพิเศษทางรังสีวิทยาอันหลากหลายเพื่อให้การตรวจวินิจฉัยมีประสิทธิภาพมาก ซึ่งจะอธิบายในรายละเอียดดังต่อไปนี้
การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)
- Ultrasound เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงสามารถใช้ตรวจส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ ส่วนคอ ส่วนอก ช่องท้อง และส่วนอื่น ๆ ที่เป็นเนื้อเยื่ออ่อน (soft tissue) หรือ มีน้ำภายใน เช่น กล้ามเนื้อ
เครื่องอัลตราซาวด์
"อัลตราซาวด์ หรือ Ultrasound" คือเครื่องมือตรวจอวัยวะภายในร่างกายโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งคนไม่สามารถได้ยิน ดังนั้นจึงไม่มีอันตรายจากรังสีเหมือนเครื่องเอกซเรย์ คลื่นเสียงชนิดนี้นิยมใช้ตรวจอวัยวะที่มีน้ำหรือเนื้อเยื่อที่อยู่ภายในร่าง กายเกือบทุกส่วน ยกเว้นอวัยวะที่มีลม (แก๊ส) หรือกระดูก (ของแข็ง) ซึ่งตรวจไม่ได้เนื่องจากการสะท้อนคลื่นเสียงความถี่สูงไม่สามารถทำให้เกิด ภาพได้ตามปกติ จึงไม่สามารถใช้ในการตรวจปอด, ลำไส้, ทางเดินอาหาร และกระดูกต่างๆ ได้ดีนัก ซึ่งข้อจำกัดนี้เป็นกับทุกเครื่องอัลตราซาวด์
ข้อดีของอัลตราซาวด์
ปลอดภัยจากรังสี, มีความรวดเร็วในการตรวจ และสะดวก ไม่เจ็บปวดระหว่างการตรวจ และสามารถตรวจได้หลายระนาบ นอกจากนี้เครื่องอัลตราซาวด์ที่ ใช้งานยังมีชนิด Color Doppler Ultrasound ที่สามารถสร้างสีในภาพเพื่อแสดงการเคลื่อนไหวของระบบเลือดต่างๆได้ ซึ่งมักใช้ตรวจหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่งเป็นเครื่องที่มีอุปกรณ์เฉพาะเหมาะสมกับการตรวจอวัยวะที่ต้องการได้ดี ขึ้นว่าสมัยก่อนมากและเครื่องมือชนิดนี้ยังสามารถใช้หัวตรวจ แบบที่สามารถตรวจผ่านช่องต่างๆ เช่น หลอดอาหาร หรือทวารหนัก เพื่อเข้าไปตรวจเฉพาะอวัยวะ อวัยวะภายในพื้นฐานที่สามารถตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ ได้แก่ ตับ ถุงน้ำดี ม้าม ไตกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมากสองอัน สมอง ลำไส้ น้ำภายในช่องท้อง
เครื่องเอกซเรย์ด้วย CR
เครื่องเอกซเรย์ ระบบ Computed Radiography (CR) ที่เก็บข้อมูลลงแผ่นรับภาพก่อน แล้วจึงนำแผ่นรับภาพนั้นเข้าเครื่องอ่านเพื่อให้เป็นภาพดิจิตอล และจัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะแสดงและประมวลภาพ ซึ่งทั้ง แบบ DR หรือ CRเป็นการถ่ายภาพที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ PACS ได้ หรือที่เรียกว่า การเอ็กซเรย์ภาพโดยไม่ต้องใช้ฟิล์ม CR Scanner เหมือนที่ใช้ในระบบ CR/Computed Radiography ซึ่งเป็นระบบการถ่ายภาพเอ็กซ์เรย์แบบดิจิตอลอีกรูปแบบหนึ่ง (โดยการใช้ Imaging Plate รับแสงเอ็กซ์เรย์แทนฟิล์มและนำ Imaging Plate ไปสแกนให้ได้ภาพดิจิตอล)
Computed Radiography (CR) มีลักษณะการทำงาน 3 ขั้นตอน 1. Image Plate หรือแผ่นเก็บข้อมูล ลักษณะการทำงานคล้ายๆแผ่นฟิล์ม สามารถใช้ได้กับรังสีเอกซ์หรือรังสีแกมม่าได้และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถึง 1000 ครั้ง
2. ในระหว่างขั้นตอนการสแกนนั้น สามารถส่งข้อมูลแสดงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ทันที
3. ในระหว่างสแกนภาพจะทำการลบภาพในทันที พร้อมที่จะนำไปเอกซเรย์ต่อได้ทันที
"CR3" ให้ภาพดิจิตอลเทียบเท่ากับฟิล์ม เอกซเรย์ ใช้เวลาในการสแกนเร็ว สามารถเชื่อมต่อกับ คอมพิวเตอร์ได้โดยเชื่อมต่อผ่าน USB เป็นเครื่องแบบพกพา สามารถนำไปใช้ภาคสนามได้ มีซอฟแวร์ที่สามารถปรับเพิ่มความคมชัดของภาพ/ปรับ Contrast สามารถ Zoom in / Zoom Out /หมุนภาพ /ปรับเป็น Gray Scale,ปรับความคมชัดภาพอัตโนมัติ คุณลักษณะของระบบ Direct Digital X-Ray Sensor ได้แก่ สร้างภาพถ่ายในเวลาน้อยกว่า 1 นาที ได้โดยตรงจากการฉายรังสีเอ็กซ์ไม่ต้องผ่านขบวนการล้างเหมือนฟิล์มเอ็กซ์เรย์ หรือการนำ Imaging Plate ไปอ่านด้วยแสงเลเซอร์เหมือน CR/Computed Radiography ภาพดิจิตอลมีความคมชัดและสามารถใช้ software ปรับให้มีความคมชัดมากขึ้นจากการปรับความเข้มของแสง ปรับ Contrast สามารถขยายภาพ และวัดความยาวและมุมของภาพในส่วนที่มีความสนใจ ใช้ปริมาณรังสีเอ็กซ์ในการถ่ายน้อยลงกว่าเดิม สามารถส่งภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์ที่ได้ทางอินเตอร์เน็ตเพื่อการปรึกษา หรือประชุมทางการแพทย์ ภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์ในรูปแบบดิจิตอลจะมีความคมชัด
เครื่อง CT Scan (Computed Tomography)
"CT Scan" หมายถึง การบันทึกภาพตัดขวางของร่างกายในระดับที่ ต่างกัน การทำ CT scan เป็นการถ่ายภาพที่ไม่สามารถ เห็นได้ด้วยการถ่ายเอกซเรย์โดยทั่วไป การทำ CT scan จึงช่วยในการวินิจฉัยโรคในขั้นแรกเริ่ม หรือเห็นความผิดปกติได้ดีกว่า และนำไปสู่ความสำเร็จในการรักษาโรคได้มากขึ้น โดย CT scan เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ สร้างภาพในแนวตัดขวางของร่างกาย ด้วยการนำภาพที่ถ่ายด้วยรังสีเอกซ์หลายๆภาพมาประกอบกัน มีจุดประสงค์หลัก ในการใช้งานเพื่อตรวจหาความผิดปกติในเนื้อเยื่อ กระดูก หรือ โครงสร้างของร่างกาย และใช้ช่วยในการบอกตำแหน่ง ที่แม่นยำในการวางเครื่องมือเข้าไปรักษา
CT เป็นระบบที่คิดค้นขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาของภาพ X-ray ในการวิเคราะห์ที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น เนื่องจาก ภาพ X-ray เป็นภาพลักษณะ 2 มิติ ทำให้ภาพเงาของอวัยวะต่างๆ ซ้อนทับกัน ทำให้เห็นภาพได้ไม่ชัดเจนพอ โดย เครื่อง CT จะใช้รังสีเอกซ์เช่นเดียวกัน แต่แทนที่จะใช้ Film แผ่นเดียวมารับภาพเงาที่เกิดขึ้น เครื่อง CT จะมีหัวอ่าน (Detector) หลายสิบตัวอยู่ภายในเพื่อรับภาพเงาที่เกิดขึ้น และแทนที่ต้นกำเนิดรังสีจะอยู่นิ่งๆ ระบบ CT ก็จะให้มีการหมุนต้นกำเนิดรังสีไปโดยรอบ เพื่อให้เกิดภาพเงาจากหลายๆมุม จากนั้นระบบของเครื่องก็จะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาประมวลผลและสร้างภาพในลักษณะ 3 มิติ และเนื่องจากภาพทั้งหมดเกิดจากข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เราจึงสามารถให้เครื่องทำการสร้างภาพแบบ Tomography คือเป็น Slice ย่อยๆ ออกมาให้เราดูได้ เช่นในภาพตัวอย่างเป็น ภาพ CT scan บริเวณช่องท้องตอนบน เป็นต้น

ข้อดีของ CT scan
1. ได้ภาพที่ละเอียดชัดเจน แยกความทึบของเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายได้ละเอียดมาก เช่น แยกเนื้อเยื่อสมอง
2. สามารถแยกอวัยวะต่างๆ แต่ละส่วนไม่ให้มีการซ้อนกัน
3. นอกจากใช้ในการวินิจฉัยโรคแล้วยังช่วยในการรักษาผู้ป่วยด้วย เช่น ช่วยในการเจาะถุงน้ำดี หนอง และ ฝี
4. เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ สามารถศึกษาการไหลเวียนของเลือด ของน้ำสมอง ไขสันหลังได้
5. ช่วยในการลดความปวดและอันตรายจากการตรวจพิเศษทางรังสีแบบอื่นๆ เช่น ตรวจระบบหลอดเลือด
6. ช่วยลดเวลาในการวินิจฉัย ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ป่วยและโรงพยาบาล โดยอย่างยิ่งเครื่องรุ่นใหม่
ประเภทการเอกซเรย์ด้วย CT scan
1. บริเวณส่วนเป็นศีรษะ และคอ เช่น สมอง คอ โพรงอากาศรอบจมูก กระบอกตา
2. บริเวณช่องท้อง เช่น ช่องท้องส่วนบน ช่องท้องส่วนล่าง บริเวณช่องท้องทั้งหมด
3. บริเวณช่องอก เช่น ปอด
4. ส่วนที่เป็นกระดูกส่วนหลัง เช่น กระดูกคอ กระดูกสันหลังช่วงอก กระดุกสันหลังช่วงเอว
ดิจิตอล แมมโมแกรม (Digital Mammogram)
เป็นเครื่องเอกซเรย์เต้านม ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยรับภาพเต้านมเป็นระบบดิจิตอล (Digital) จออ่านภาพเต้านมเป็นจอภาพเฉพาะมีรายละเอียดสูง (5 ล้านพิกเซล) ทำให้ได้รายละเอียดของภาพเต้านมที่คมชัดขึ้น สามารถขยายให้เห็นรายละเอียดของแคลเซียมขนาดเล็กมาก (Microcalcification) ที่พบในมะเร็งเต้านมได้ดีกว่า Mammogram ระบบเดิม ทำให้สามารถตรวจคัดกรองพบมะเร็งเต้านมก่อนการคลำพบก้อนด้วยมือเปล่า ทำให้มะเร็งที่ตรวจพบมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก และมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้
ทางโรงพยาบาลเอกชล ได้ติดตั้งเครื่องดิจิตอล แมมโมแกรม (Digital Mammogram) รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท Hologic จากสหรัฐอเมริกา พร้อมให้บริการสำหรับลูกค้าที่ต้องการเข้ารับการตรวจ และ มีชุดกดเนื้อเต้านมสำหรับสตรีที่มีขนาดเต้านมเล็ก-ใหญ่ต่างกัน เพื่อความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละรายด้วย
นอกจากนี้การตรวจร่วมกับอัลตร้าซาวด์เต้านม ยังทำให้สามารถแยกก้อนเนื้องอกออกจากถุงน้ำ (Cysts) ได้อย่างชัดเจน เป็นการเพิ่มโอกาสในการตรวจพบมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น
การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอล แมมโมแกรม (Digital Mammogram) จะช่วยลดและป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งเต้านม สุภาพสตรีเมื่ออายุมากกว่า 40 ปี ทุกคนจึงควรเข้ารับการตรวจปีละครั้ง เพื่อค้นหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก อย่าอายที่จะตรวจค้นหาความผิดปกติของเต้านมก่อนสาย ด้วยเครื่องดิจิตอล แมมโมแกรม (Digital Mammogram)
ตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiogram)
ตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง ( Echocardiogram) ด้วยหลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูงซึ่งจะส่งผ่านผนังทรวงอกไปถึงหัวใจ โดยหัวตรวจชนิดพิเศษเมื่อคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านอวัยวะต่างๆ จะเกิดสัญญาณสะท้อนกลับ ซึ่งแตกต่างกันระหว่างน้ำเนื้อเยื่อคอมพิวเตอร์จะนำเอาสัญญาณเหล่านี้ มาสร้างภาพดังนั้น ภาพที่เห็นก็คือหัวใจของผู้ป่วย Echocardiogram จึงช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรค พยากรณ์โรคตรวจหาความรุนแรงติดตามผลการ รักษาในโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ โรคของเยื่อหุ้มหัวใจ แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้จะไม่เห็นหลอดเลือดหัวใจโดยตรงและอาจได้ภาพไม่ชัดเจน ในผู้ป่วยที่อ้วน หรือผอมมากหรือมีถุงลมโป่งพองเนื่องจากไขมัน และอากาศขัดขวางคลื่นเสียงความถี่สูง
การตรวจ Echo นิยมทำ 2 วิธีคือ
1. ตรวจโดยการใช้หัวตรวจ ตรวจบริเวณผนังทรวงอกด้านนอก (Tran Thoracic Echocardiogram) เป็นการตรวจที่นิยมทำกันทั่วไป วิธีการค่อนข้างง่ายไม่เจ็บตัว ไม่มีอันตรายใดๆ เมื่อตรวจเสร็จเรียบร้อย ท่านจะสามารถทราบผลการตรวจได้ทันที
2. ตรวจโดยการใช้หัวตรวจสอดผ่านช่องปากเข้าไปอยู่ในหลอดอาหารซึ่งเป็นตำแหน่ง ด้านหลังของหัวใจโดยตรง (Tran Esophageal Echocardiogram) การตรวจวิธีนี้สามารถตรวจโครงสร้างของหัวใจและหลอดเลือดที่อยู่ด้านหลัง หัวใจ เช่น หัวใจห้องซ้ายบน ลิ้นหัวใจ ผนังกั้นห้องหัวใจ ได้ชัดเจนกว่าวิธีแรกวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางราย เช่น ผนังหน้าอก หนามาก (อ้วน) เป็นต้นแต่การตรวจวิธีนี้ไม่ได้ใช้ทดแทนการตรวจวิธีแรกจะทำเฉพาะในรายที่มี ข้อบ่งชี้เท่านั้นเนื่องจากอาจมีอันตรายต่อหลอดอาหารได้แต่ก็พบน้อยมากน้อย กว่าร้อยละ 0.5
ข้อบ่งชี้ในการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงเมื่อผู้ป่วยเจ็บหน้าอก
- เพื่อตรวจดูว่ามีโรคหัวใจอยู่หรือไม่ เช่นลิ้นหัวใจตีบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเป็นต้น
- เมื่อผู้ป่วยเจ็บหน้าอกและการตรวจวินิจฉัยอย่างอื่นไม่ช่วยในการวินิจฉัยการ ตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงใน
ขณะเจ็บหน้าอกหรือหลังเจ็บหน้าอกไม่กี่นาที จะช่วยวินิจฉัยโรค
- เมื่อสงสัยว่าหลอดเลือดแดงใหญ่จะแตก aortic dissection
- เมื่อผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกและให้การรักษาอย่างอื่นแล้วไม่ดีขึ้น
- กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงในโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดร่วมกับ การตรวจ Doppler จะช่วยในการวินิจฉัยได้มาก เราแบ่งโรคหัวใจขาดเลือดออกเป็น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน การตรวจหัวใจโรคหัวใจวายหรือโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจ การตรวจ Echo มีประโยชน์มากในการประเมินการทำงานของหัวใจ การตรวจนี้สามารถบอกว่ากล้ามเนื้อหัวใจหนาเท่าใดหัวใจโตหรือไม่ กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวดีหรือไม่ โรคหรือกลุ่มอาการที่การตรวจ Echo ประโยชน์ของการตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูงคือ ประเมินการทำงานของหัวใจโดยการดู Ejaction fraction (ปริมาณเลือดที่บีบตัวออกแต่ละครั้งเมื่อเทียบกับปริมาณเลือดในหัวใจ) ประเมินดูว่ากล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนมีการทำงานผิดปกติหรือไม่

โรงพยาบาลเอกชล 1
แผนกรังสีวินิจฉัย
โทร. 038-939-999

โรงพยาบาลเอกชล 2
แผนกรังสีวินิจฉัย ชั้น 1
โทร. 038-939-888 ต่อ 5191, 5192

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา