English
บริการทางการแพทย์ > คลินิกจิตเวช

คลินิกจิตเวช

สถานที่ตั้ง : เอกชล1

โรงพยาบาลเอกชล 1 ให้บริการตรวจวินิจฉัย และบำบัดรักษาโรคด้านจิตเวช ซึ่งจะเป็นทั้งการรักษาอาการทางจิตให้หาย หรือสงบเพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยซ้ำ และเป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพจิตผู้ป่วยเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยแบ่งประเภททของความผิดปกติทางจิตใจออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. โรคจิต เป็นความผิดปกติของจิตใจซึ่งการทำงานของจิตใจเสียหน้าที่ไปอย่างเห็นได้ชัดเจน จนทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติ ประกอบด้วยอาการทั่วไป 3 ประการ คือ
- บุคลิกภาพเดิมของผู้ป่วยเปลี่ยนไป
- ไม่อยู่ในโลกของความจริง เช่น มีอาการประสาทหลอน ได้ยินเสียงคนด่าตลอดเวลา ทั้งๆที่ในขณะนั้นไม่มีใครด่าเขาเลย หลงผิดว่ามีคนคิดร้ายและกำลังตามฆ่าเขา
- ไม่รู้สภาวะตนเอง

2.โรคประสาท เป็นความผิดปกติหรือความแปรปรวนทางจิตใจ อาการต่างๆ ที่ปรากฏ คือ กังวล, ย้ำคิด, ย้ำทำ, เหนื่อย, ฯลฯ อาการเหล่านี้ไม่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการทำงาน หรือการเข้าสังคมอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่วนมากจะหยั่งเห็นสภาพของตนหรือรู้สภาวะของตนเอง รู้ว่าจนไม่สบายใจ หงุดหงิด และกลุ้มใจต้องการให้แพทย์หรือคนอื่นช่วยเหลือ

3. ปัญญาอ่อน หมายถึง การมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าปกติ ระดับเชาวน์ปัญญาแบ่งออกดังนี้
- ปัญญาอ่อนระดับน้อย (Moron) ไอคิว (I,Q) 50 - 30
- ปัญญาอ่อนระดับปานกลาง (Imbecile) ไอคิว (I,Q) 35 - 49
- ปัญญาอ่อนมาก (Fevere) ไอคิว (I,Q) 20 - 34
- ปัญญาอ่อนรุนแรง (Idiocy) ไอคิว (I,Q) ต่ำกว่า 0 - 20

กลุ่มอาการจิตเวชที่พบบ่อย และควรได้รับการบำบัดจากจิตแพทย์
1. โรคจิต (Psychotic disorder) มีอาการหลงผิด หูแว่ว ประสาทหลอน คุมอารมณ์ และพฤติกรรมไม่ได้ อาจมีพฤติกรรมเป็นอันตรายต่อตนเอง หรือผู้อื่น
2. โรคอารมณ์แปรปรวน (Bipolar disorder) มีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย ใช้จ่ายเงินเปลือง พูดมาก ขยันผิดปกติ นอนไม่หลับ อารมณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว
3. โรคซึมเศร้า (Depressive disorder) การฆ่าตัวตาย (Suicide) มีอารมณ์เศร้า หดหู่ เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร นอนไม่หลับ กินไม่ได้ คิดเรื่องตาย สมาธิความจำไม่ดี พยายามทำร้ายตัวเอง วางแผนฆ่าตัวตาย สิ้นหวังในชีวิตมองว่าตัวเองไร้ค่า
4. โรควิตกกังวล (Anxiety disorder) กังวลล่วงหน้า มีความเครียดบ่อย กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย ปวดตึงศีรษะ ย้ำคิดย้ำทำ ตื่นตระหนกง่าย
5. ติดเหล้า, บุหรี่ และสารเสพติดชนิดอื่น ๆ (Substance dependence) มีการติดสารเสพติด อย่างต่อเนื่อง หากหยุดใช้จะมีอาการกระวนกระวาย ไม่สบายตัว หรือเกิดอาการถอนของสารชนิดนั้น ๆ ในบางรายมีอาการโรคจิตร่วมด้วย
6. ปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ เช่น การนอนไม่หลับ การปรับตัว ปัญหาครอบครัว เป็นต้น
วิธีการบำบัดรักษา
1. เป็นการบำบัดรักษาด้วยยารักษาโรคจิต ซึ่งยาชนิดนี้สามารถลดอาการทางจิตลงได้ แต่ปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่ในจิตใจยังไม่ได้คลี่คลายลงไป

2. การบำบัดรักษาทางจิตใจในผู้ป่วยโรคจิตเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยที่มีความ ผิดปกติทางด้านจิตใจ และอารมณ์ ให้รู้จักเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้ โดยใช้วิธีการพูดคุยกัน เพื่อให้ผู้ป่วยโรคจิตได้ระบายปัญหาและระบายอารมณ์ที่เก็บกดเอาไว้ จนทำให้เขาเห็นแนวทางในการแก้ปัญหา และสามารถกลับไปอยู่ในสังคมได้
3. เป็นการบำบัดทางสังคม โดยจัดกิจกรรมกลุ่มให้ผู้ป่วยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้ป่วยเรียนรู้ปัญหาของตนเองและปัญหาของผู้อื่น นำไปสู่การมีพฤติกรรมที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป รวมทั้งมีการฝึกทักษะทางสังคม เช่น รู้จักการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น รู้วิธีการสื่อสารที่ดีเพื่อไม่ให้มีการขัดแย้งเกิดขึ้น เป็นต้น
4. เป็นการบำบัดรักษาด้วยไฟฟ้า เป็นการทำให้ร่างกายผู้ป่วยแน่นิ่ง หมดสติไป ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยให้ผู้ป่วยโรคจิตมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว การรักษาด้วยวิธีนี้ แพทย์จะเลือกใช้เฉพาะผู้ป่วยที่มีความคิดอยากทำร้ายตนเอง หรือผู้ป่วยมีอาการคลุ้มคลั่งมาก ๆ เท่านั้น

คลินิกจิตเวช โรงพยาบาลเอกชล จะบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคจิตด้วยยาจิตเวช รักษาทางจิตใจ และทางสังคมควบคู่กันไป เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปอยู่ในสังคมได้ แต่ที่สำคัญที่สุดผู้ป่วยโรคจิตจะต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ถ้ารักษาไม่ต่อเนื่องจะทำให้อาการของโรคกำเริบ และมีผลทำให้บุคลิกภาพ และความสามารถของผู้ป่วยเสื่อมลงไปทุกครั้ง

"โรคทางจิตเวช สามารถรักษาให้หายได้ แต่ผู้ป่วยจะหยุดการรักษาเองไม่ได้ เช่นเดียวกับโรคทางกายอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น จำเป็นต้องได้รับการบำบัดรักษา อย่างต่อเนื่อง และเป็นเวลานาน"

โรงพยาบาลเอกชล 1
คลินิกจิตเวช แผนกผู้ป่วยนอก ชั้น 1 อาคาร 2
โทร. 038-939-999 ต่อ 2130, 2131 โทรสาร. 038-792-406

นัดหมาย

บริการทางการแพทย์ของเอกชล

รับข่าวสาร และเคล็ดลับสุขภาพจากเรา